ชามัทฉะ มากคุณประโยชน์

cropped-S__5488661.jpg
ผงชาเขียวมัทฉะ คือ ผงชาเขียวญี่ปุ่น มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Camellia sinensis เพียงแต่ว่า มัทฉะ เป็นผงบดละเอียด ของชาเขียวญี่ปุ่น ที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คือ อยู่ในที่ร่ม ได้รับการเก็บเกี่ยว และผึ่งเย็น อย่างดี ทำให้มีรสชาติ หวานหอมอร่อย พิเศษสุด

ชาเขียวญี่ปุ่น ที่ผลิตจากใบชาเขียวอ่อน ๆ ชาสดๆ โดยการนำใบชาที่เก็บใหม่ๆมาอบให้แห้งกลายเป็นชาเขียวชนิดใบที่เรียกว่า “เทนชะ” จากนั้นนำเทนชะ มาบดเป็นผงที่ละเอียดมากๆ กรรมวิธีการผลิตของชาชนิดนี้มีความซับซ้อนมากต้องใช้เทคโนโลยีการบดชั้นสูง เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนขึ้นในขณะการบด เพราะจะทำให้ชาที่มีสีเขียวเปลี่ยนสีได้

ชาเขียว ที่ดีนั้นจะต้องคงความเขียวสดใสและคุณค่าของชาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม เครื่องดื่มชาเขียวมัทฉะ จึงต่างจากชาจีนที่คนไทยทุกคนคุ้นเคยกันมานาน นั่นคือ วิธีการชงชาจะไม่ผ่านการกรอง แต่จะนำชาเขียวมัทฉะมาชงละลายน้ำได้ทันที เนื่องจากมีเนื้อที่ละเอียดมาก

ดังนั้นเครื่องดื่มที่ทำจากชาเขียวมัทฉะจึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่คุณจะพบตะกอนชาตกอยู่ก้นแก้วเสมอ ในเวลาที่ได้ดื่มชาเขียวเข้าไปจะรู้สึกได้ว่า เราได้ดื่มใบชาทั้งใบ ในผงชาเขียวมัทฉะนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และ สารคลอโรฟิลด์จึงทำให้มีสีเขียวสด เมื่อชงผสมเข้ากับน้ำร้อน จะมีรสชาติฝาดนิด ๆ เป็นเอกลักษณ์

 

Matcha GreenTea

 

วิธีชง

ปัจจุบันนี้ได้มีการประยุกต์นำ ชามัทฉะ มาทำเป็นเครื่องดื่ม โดยทำเป็นผงมัทฉะบรรจุอยู่ในซอง

เวลาจะรับประทานให้เทผงมัทฉะลงในขวดน้ำเปล่า หรือน้ำแร่ จากนั้นก็เขย่าให้ผงละลายจนเข้าดีแล้ว ก็จะได้ชาเขียวมัทฉะที่มีรสชาติและ ความหอมเฉพาะตัว รสชาติของ มัทฉะ จะเข้ม ขมเล็กน้อย (ขมแบบชา) มีกลิ่นหอมกว่าชาเขียวทั่วไป มีสีเขียวขุ่น ไม่ใส เหมือนชาเขียวที่ได้จากการชงแบบอื่น ๆ เช่น ชงโดยใช้ถุงชา (tea bag) และมีตะกอนอยู่บ้าง

นับได้ว่าเป็นอีกวิถีทางหนึ่งในการดื่มชาเขียว ที่ง่าย สะดวก ได้ประโยชน์จากชาเขียวทั้งหมด เนื่องจากเป็นการรับประทานใบชาทั้งใบ อีกทั้งมีกลิ่นที่หอม รสชาติที่อร่อย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วิธีชงแบบร้อน

  1. ใส่ชาประมาณ 1  ช้อนชา (5 กรัม) ลงในแก้ว (ความเข้มแล้วแต่ชอบ)
  2. เทน้ำร้อนลงไปนิดนึง และคนชาให้ละลายกับน้ำ
  3. เทน้ำร้อนเพิ่มลงไป 100 ml. คนให้เข้ากัน
  4. ดื่มแบบร้อนได้ทันที

 

วิธีชงชาเขียวมัทฉะตามแบบฉบับแอดมิน

1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แก้ว จะได้ชาแบบเข้มๆ แต่ถ้าชงจางๆ ทานเรื่อยๆ แทนน้ำเปล่า

คล้ายชาในฟูจินั้น 4 ช้อนชาต่อน้ำ 1 เหยือก 1.5 ลิตร ได้ 10แก้ว

 

คุณประโยชน์ของมัทฉะ ก็จะเหมือนใบชาทั่วไป ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากมาย โดยมีสารสำคัญที่ทำให้เกิดประโยชน์ (Active Health Component) ที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenols) หรือเรียกกันทั่วไปว่า คาเทชิน (Catechins) ซึ่ง Catechins นี้จะมีปริมาณ 30-40 % ของส่วนที่เป็นของแข็งที่สามารถสกัดได้จากใบชาเขียวแห้ง

คาเทชินที่อยู่ในชาเขียว ประกอบไปด้วย Epigallocatechin-3-gallate (EGCG), Epicatechin-3-gallate, Epicatechin, Epigallocatechin, Gallocatechin gallate and Catechin ในทั้งหมดนี้ สารที่มีมากที่สุดคือ Epigallocatechin-3-gallate หรือ อี จี ซี จี (EGCG) ขนาดใบชาเขียวแห้ง 1 ซอง (1.5 กรัมต่อซอง) จะให้ EGCG ประมาณ 35 – 110 mg

EGCG นับได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในชาเขียว และมีปริมาณมากที่สุด มีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินซี และวิตามินอี 25-100 เท่า

การรับประทานชาประมาณ 1 แก้วต่อวัน จะให้สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าการรับประทาน แครอท บรอคเคอรี ผักโขม และสตรอเบอร์รี ในขนาดที่รับประทานในแต่ละมื้อ

mutcha

ซึ่งมีงานวิจัยรองรับมากมายถึงประโยชน์ของสารสำคัญตัวนี้ อาทิเช่น

 

1. ช่วยลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ด้วยกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน (Stimulates Fat Oxidation) มีรายงานวิจัยที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า EGCG ช่วยเพิ่มกระบวนการ การเผาผลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน และมีรายงานการทดลองในคนแล้วว่า ช่วยลดความอ้วนได้ นอกจากนี้ มีงานวิจัยที่ทำในคนไทย โดยแบ่งผู้ที่น้ำหนักเกินเป็นสองกลุ่ม ได้รับสารสกัดชาเขียว และยาปลอม กลุ่มที่ได้รับชาเขียวมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.7, 5.1 และ 3.3 ก.ก. ในสัปดาห์ที่ 4, 8 และ 12 ของการวิจัย

 

2. ช่วยลดไขมันในเลือด  แม้จะลดไขมันในเลือดได้ไม่มากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่ดีรองรับสองงานวิจัย ในงานวิจัยแรก พบว่า เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มชาในปริมาณปานกลางหรือปริมาณมากร่วมด้วย จะลดปริมาณ ไขมันในเลือดชนิด ไตรกลีเซอไรด์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 6 ชั่วโมงหลังทานอาหารและดื่มชา โดยลดการเพิ่มระดับของไขมันชนิด ไตรกลีเซอรไรด์ในเลือดได้ถึง 15.1-28.7% อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มชาประมาณ สองถ้วยต่อวัน สามารถลดไขมันในเลือดชนิดโคเลสเตอรอลลงได้เล็กน้อย (119.9 เป็น 106.6 มก./ดล.) แต่ก็มีนัยสำคัญทางคลินิก

 

3. ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน มีรายงานวิจัยว่า สารสำคัญในชาเขียว สามารถลดการหดเกร็งของเส้นเลือดฝอย ลดการเกิดตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดฝอย ทำให้ลดอุบัติการณ์ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (Myocardial Infarction) และอัมพฤกษ์ อัมพาตจากเส้นเลือดตีบตัน (Stroke) นอกจากนี้ EGCG ยังเป็นตัวยับยั้งการเกิด การสันดาป Oxidation ของโคเลสเตอรอล ทำให้ลดการเกิด การสะสมสร้างตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดจากโคเลสเตอรอล ทำให้ลดการเกิด เส้นเลือดแข็งตัวตีบตัน (Atherosclerosis) และลดอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (Coronary Atherosclerosis)

ในงานวิจัยในสัตว์ทดลองยังลดการเกิดเส้นเลือดในปอดตีบตัน (Pulmonary Thrombosis) อีกด้วย ส่งให้เป็นผลดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดหัวใจ ไม่นานนี้มีงานวิจัยทางระบาดวิทยาในคนญี่ปุ่น พบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียว จะลดการเกิดโรคเส้นเลือดทางสมองทั้งโรคเส้นโลหิตในสมอง แตก (Cerebral hemorrhage) และเส้นเลือดสมองตีบ (Cerebral infarction) ได้จริง

4. ต่อต้านอนุมูลอิสระ และต่อต้านมะเร็ง (Antioxidant and Anticancer) ชาเขียวมีผลต่อการยับยั้งการเกิดมะเร็งได้หลายชนิดทั้งในคนและสัตว์ เพราะมีฤทธิ์ทางด้านการต้านอนุมูลอิสระอย่างมาก จากการวิเคราะห์งานวิจัยที่เชื่อถือได้ของ Cochrane Database ตีพิมพ์ล่าสุด จำนวน 51 งานวิจัยทั่วโลก แม้จะมีจำนวนงานวิจัยที่จำกัด พบว่าการดื่มชาเขียว ลดอุบัติการณ์เกิดโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งตับอ่อน

ข้อห้าม หรือข้อควรระวัง ของมัทฉะ
เนื่องจาก ชามัทฉะ เป็นชาที่บดจากใบชาโดยตรง จึงยังคงมีคาเฟอีนเล็กน้อย คล้ายกับกาแฟ ข้อห้ามจึงคล้ายกับกาแฟ คือ ผู้ที่ทาน กาแฟ แล้วใจสั่น นอนไม่หลับ ก็ไม่ควรรับประทานมัทฉะ และผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ชนิดที่มีหัวใจเต็นเร็ว และโรคไทรอยด์เป็นพิษ ในระยะที่ยังคุมไม่ได้ และมีใจสั่น หัวใจเต็นเร็ว ก็ไม่ควรรับประทาน น้ำชา กาแฟ รวมทั้งมัทฉะ เช่นกัน

 

Cr. http://xn--b3c0afunjf6c0d0c5gc.blogspot.com/2015/04/Matcha-Knowledge.html

 

 

Please follow and like us:

Comments

  • a thought by ธนัสธรณ์ ไชยเดชาพิศักดิ์

    อย่างนี้ต้องลองละเรา

    ตอบกลับ

    • a thought by admin

      จัดเลยค่าสนใจสั่งซื้อเข้าเพจเฟสบุคได้เลยค่า ชา ลดน้ำหนัก

      ตอบกลับ

  • a thought by ศศิตชา ศุภธิวงศ์

    สอบถามหน่อยค่ะ ทานชามัทฉะวันละครั้ง หลังอาหารเช้า 1 ชช. และ อบเชย ครั้งละเม็ด วันละ สาม ครั้ง หลังอาหาร จะทานกันได้ไหมค่ะ แต่จะทานไม่ติดกันค่ะ ที่ทานเพราต้องการป้องกันเบาหวาน แต่มีไขมัน และไตรีกลีเซอไรด์สูง และเป็น ค่าตับเป็น postive เป็นไวรัสซี เขื้อ < 15 และเป็นไขมันพอกตับ ไม่ทราบว่า ทาน ชาเขียวทัทฉะ กับอบเชย 2 ตัวนี้ ครวตามที่ค้องการ ได้ไหมค่ะ หรือมีตัวอื่นที่ดีกว่า และทานแล้วควรจะทานเท่าไร และต้องหยุดพักช่วงไหน รบกวน ตอบให้ทราบด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบกลับ

    • a thought by admin

      ขอตอบเป็นกรณีไปนะค่ะ ชามัทฉะสามารถทานคู่กับ อบเชย ได้ค่ะ เพราะ ชามัทฉะเป็นออแกนิคธรรมชาติ 100% มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน กำจัดไขมันส่วนเกิน ส่วนปริมาณการดื่มชามัทฉะ ควร ดื่มช่วงเช้าและช่วงเย็นค่ะ งดการดื่มตั้งแต่ 19.00 น.ขึ้นขึ้นไปค่ะ ปริมาณระยะเวลาการทาน ควรทาน หมด 1ซองก่อนแล้วดูผลตามมา ค่ะ

      ตอบกลับ

  • a thought by ดาด้า

    อยากสมัครเป็นตัวแทนขายคะ

    ตอบกลับ

    • a thought by admin

      ขอไอดีไลน์ลูกค้าหรือ เฟสบุคค่าเดียวให้ทางทีมงานทักไปค่า

      ตอบกลับ

      • a thought by Tanya

        ทักมาได้นะค่ะ ไลน์ tanyaredw

        ตอบกลับ

  • a thought by น้ำอ้อย

    สอบถามหน่อยค่ะ ถ้าเราชงชาเขียวเข้มเกินไป จะทำให้เราม้องผูกมั้ยคะ

    ตอบกลับ

    • a thought by admin

      ไม่ผูกค่ะ ชาเขียวเรามีส่วนช่วยในการดีท็อกร่างกายนะคะ

      ตอบกลับ

    • a thought by Jatupong Banchobdi

      ขอสั่งมาทดลองสัก3 กล่อง

      ตอบกลับ

      • a thought by admin

        แอดไลน์มาได้เลยคะ tonsivan128

        ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Name and email are required